เสวนาพิเศษหัวข้อ “Fan Fair No Foul : เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์”


เสวนาพิเศษหัวข้อ “Fan Fair No Foul : เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์”
วันที่โพสต์ : 2026-06-11
เวทีเสวนาได้รับเกียรติจาก "นางสาวอังคณา อินทสา" ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, "นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และคู่รัก “แฟนบอล” เจ-วรปัฐ อรุณภักดี และ มิ้น-ณิญารินทร์ ปฐมรัตน์วรกุล ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ช่วงเวลาการเชียร์ฟุตบอลเป็นพื้นที่สร้างความสุข ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

เสวนาพิเศษหัวข้อ “Fan Fair No Foul : เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์”
 
ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก ทั้งประเด็นการพนัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัวและความสัมพันธ์ ตลอดจนแนวทางการสร้างวัฒนธรรมการเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์
เวทีเสวนาได้รับเกียรติจาก
 
• “นางสาวอังคณา อินทสา” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล
• “นายธนากร คมกฤส” เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน
• เจ- “วรปัฐ อรุณภักดี” และ มิ้น- “ณิญารินทร์ ปฐมรัตน์วรกุล” อินฟลูเอนซอร์คู่รักแฟนบอล
 
ที่จะมาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ช่วงเวลาการเชียร์ฟุตบอลเป็นพื้นที่สร้างความสุข ความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ชวนสังคมร่วมตระหนักว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงเทศกาลของการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและคนรอบข้าง โดยไม่ปล่อยให้การพนัน ความรุนแรง หรือพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เข้ามาทำลายความสุขในช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกรอคอยทุก 4 ปี
 
"นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรม อารมณ์ความรู้สึก และผลกระทบจากการชมฟุตบอลของประชาชนจำนวน 1,023 คน พบว่า แฟนบอลจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์รอบตัว โดยร้อยละ 22 ยอมรับว่าในช่วง 90 นาทีของการแข่งขันตนเองจดจ่อกับฟุตบอลจนหลงลืมคนรอบข้าง ขณะที่ร้อยละ 42 ระบุว่าการชมฟุตบอลทำให้ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัว เช่น การช่วยงานบ้าน และร้อยละ 30 รู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกขัดจังหวะระหว่างชมการแข่งขัน
นอกจากนี้ ร้อยละ 53 ยอมรับว่ามักเกิดอารมณ์หงุดหงิดเมื่อทีมที่เชียร์พ่ายแพ้ในนัดสำคัญ ขณะที่ร้อยละ 28 ยังคงมีอารมณ์ด้านลบตกค้างข้ามวันจากการอดนอน การเสียพนัน หรือผลการแข่งขันที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงที่พบร่วมด้วย ได้แก่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร้อยละ 42 การเล่นพนันร้อยละ 27 และการมีปากเสียงหรือทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่นจากการชมฟุตบอลร้อยละ 17
 
ในด้านเศรษฐกิจส่วนบุคคล ผลสำรวจยังพบว่า ร้อยละ 43 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อเสื้อฟุตบอลและอุปกรณ์เชียร์ ขณะที่ร้อยละ 20 ระบุว่าการเชียร์ฟุตบอลส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจนทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน
 
นายธนากรกล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ฟุตบอลจะเป็นกิจกรรมแห่งความสุขของผู้คนจำนวนมาก แต่หากขาดการจัดการอารมณ์และมีปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นพนัน หรือการใช้อารมณ์เหนือเหตุผล ก็อาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในครอบครัวได้ ทั้งในรูปแบบของความรุนแรงทางวาจา ทางอารมณ์และจิตใจ ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนความรุนแรงทางร่างกาย
 
ด้าน "เจ-วรปัฐ อรุณภักดี" อินฟลูเอนเซอร์คู่รักแฟนบอล กล่าวว่า ฟุตบอลสามารถเป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ได้ หากรู้จักสร้างสมดุลระหว่างความชอบส่วนตัวกับการให้เวลากับคนรัก พร้อมมองว่าแคมเปญ “เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ได้อย่างชัดเจน เพราะแม้ฟุตบอลจะเป็นความสุขของใครหลายคน แต่ไม่ควรปล่อยให้การเชียร์บอล การดื่ม หรือการพนัน กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ละเลยคนสำคัญในชีวิต
 
“ฟุตบอลมีไว้เพื่อความสุข เชียร์ได้เต็มที่ แต่ไม่ควรปล่อยให้อารมณ์จากผลการแข่งขันหรือการพนันเข้ามาทำร้ายความสัมพันธ์ เพราะเมื่อจบ 90 นาทีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคนที่อยู่ข้างเราในชีวิตจริง” เจ-วรปัฐ กล่าว