มูลนิธิรณรงค์หยุดพนุน x สสส. ผนึกเครือข่ายวิชาการ–เยาวชน เปิดเวทีวันเยาวชนแห่งชาติ ชวนคนรุ่นใหม่ “ตื่นรู้–ส่งเสียง–รวมพลัง” เท่าทันกลลวงพนันในโลกดิจิทัล เปิดข้อมูลปี 2568 ผู้เล่นพนันออนไลน์พุ่ง 6.37 ล้านคน พร้อมเสียงเยาวชนเสนอ 4 มาตรการป้องกันพนันออนไลน์
วันที่ 22 ก.ย. 2569 ที่ The Halls Bangkok สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดเวทีสื่อสารสาธารณะเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ “ตามให้ทันพนันออนไลน์ : เด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่ไก่อ่อน” เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน “ตื่นรู้–ส่งเสียง–รวมพลัง” ตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรู้เท่าทันกลลวงการพนันที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ผ่านโลกดิจิทัล
"นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์" กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ทั้งโดยตั้งใจและไม่รู้ตัว ผ่านโซเชียลมีเดีย โฆษณา การไลฟ์ และคอนเทนต์ที่สร้างภาพให้การพนันดูสนุกหรือเป็นช่องทางหารายได้ โดยเฉพาะกับดัก “งานง่าย รายได้ดี” เช่น รับจ้างแชร์ แปะลิงก์ หรือไลฟ์โปรโมตเว็บพนัน ซึ่งอาจทำให้เยาวชนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาชักชวนพนันและเสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมาย
โลกดิจิทัลทำให้รูปแบบการพนันและวิธีเข้าถึงคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เยาวชนจึงต้องไม่เป็นเพียงผู้รับข้อมูลหรือกลุ่มที่รอการปกป้อง แต่สามารถเป็นพลังสำคัญในการเรียนรู้ เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี รวมถึงส่งต่อความรู้ให้คนรอบข้างมองเห็นผลกระทบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการพนันออนไลน์
สสส. จึงเดินหน้าสนับสนุนการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งด้านการศึกษา วิจัย และวิชาการ เพื่อนำไปสู่การผลักดันนโยบาย มาตรการ และกลไกกำกับควบคุมการพนัน ควบคู่การสื่อสารสร้างความรู้เท่าทัน ลดผลกระทบ และขยายเครือข่ายสร้างภูมิคุ้มกันและความรู้ทางการเงินในกลุ่มเยาวชนและประชาชน
"รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์" ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน กล่าวว่า สภาพแวดล้อมที่มีการพนันอยู่รอบตัวเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวของผู้เล่น ผลสำรวจสถานการณ์การพนันในสังคมไทย ปี 2568 พบว่า คนไทย 99% มีบุคคลรอบข้างเล่นการพนัน และในกลุ่มผู้ที่เคยเห็นคนรอบข้างเล่นพนัน 57% มองว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ
ขณะที่ช่องทางโฆษณาชวนพนันที่พบเห็นมาก ได้แก่ การแนะนำหรือแชร์จากเพื่อนและคนรู้จัก 73.7% Facebook 73.0% TikTok 53.4% และดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ 42.8% แต่สื่อรณรงค์หรือสื่อให้ความรู้ถึงโทษของการพนันกลับมีผู้พบเห็นเพียง 26.5%
สถานการณ์พนันออนไลน์ยังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากผู้เล่น 0.82 ล้านคนในปี 2562 เพิ่มเป็น 6.37 ล้านคนในปี 2568 ขณะที่วงเงินหมุนเวียนเพิ่มจาก 20,152 ล้านบาท เป็น 305,326 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนความจำเป็นในการสร้างความรู้เท่าทันที่เข้าถึงเด็กและเยาวชนให้ทันกับสถานการณ์
ด้าน นายเอ (นามสมมุติ) ตัวแทนเยาวชนผู้ได้รับผลกระทบจากพนัน ถ่ายทอดประสบการณ์ว่า เริ่มรู้จักพนันออนไลน์ช่วงเรียน ม.3–4 จากการเห็นเพื่อนเล่นบาคาร่า ก่อนเริ่มเดิมพันครั้งละ 50–100 บาท และเปลี่ยนมาแทงบอลเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่าตนเองสามารถควบคุมการเล่นได้ จากเงินหลักร้อยเพิ่มเป็นหลักพัน เงินจากการทำงานพาร์ตไทม์และเงินเก็บถูกนำไปเดิมพันจนสูญเสียหลักหมื่นเกือบถึงหลักแสน กระทบทั้งการเงินและความสัมพันธ์ ก่อนตัดสินใจเลิกเล่นในที่สุด
"น.ส.มนทิรา ผลาสินธุ์" แกนนำเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า เด็กและเยาวชนสามารถพบเห็นเนื้อหาและการชักชวนเล่นพนันได้ง่ายผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ไลฟ์สด และวิดีโอสั้น ปัญหานี้จึงไม่ควรปล่อยให้เยาวชนรับมือเพียงลำพัง แต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมสร้างระบบป้องกันที่ก้าวทันโลกดิจิทัล
เครือข่ายเยาวชนจึงเสนอ 4 ข้อต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ 1) เร่งจัดการโฆษณาและการชักชวนเล่นพนันออนไลน์ 2) พัฒนาระบบป้องกันเด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง 3) ให้แพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการเนื้อหาพนัน และ 4) เปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการป้องกันการพนันออนไลน์
เวทีวันเยาวชนแห่งชาติปีนี้ มุ่งเปลี่ยนบทบาทของเด็กและเยาวชนจาก “กลุ่มเสี่ยง” สู่ “พลังของการรู้เท่าทัน” ให้คนรุ่นใหม่มีพื้นที่ตั้งคำถาม ส่งเสียง และร่วมเสนอทางออก เพื่อไม่ให้ต้องวิ่งตามพนันออนไลน์เพียงฝ่ายเดียว แต่สามารถรู้ทันและรับมือกับกลลวงที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้