น่านเดินหน้า FinCity สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ผู้สูงวัย


น่านเดินหน้า FinCity สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ผู้สูงวัย
วันที่โพสต์ : 2026-10-03
การดำเนินงานจะอาศัยความร่วมมือจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว เพราะปัญหาของผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับทั้งสุขภาพ ความเป็นอยู่ สวัสดิการ ครอบครัว และความปลอดภัยทางการเงิน ไม่อาจเป็นภารกิจของหน่วยงานใดเพียงลำพัง

จาก “หัวใจ 4 ห้อง” สู่ 11 พื้นที่เรียนรู้ในโรงเรียรผู้สูงอายุ จ.น่าน
 
น่านเดินหน้า FinCity สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้ผู้สูงวัย
 
โทรศัพท์มือถือในมือผู้สูงอายุ วันนี้ไม่ได้มีไว้เพียงโทรหาลูกหลาน แต่ยังเป็นช่องทางรับข่าวสาร ซื้อสินค้า และทำธุรกรรมทางการเงิน ขณะเดียวกันก็อาจเปิดทางให้กลลวงเข้าถึงตัวได้ง่ายขึ้น ทั้งสายโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ปลอม ลิงก์หลอกให้ยืนยันบัญชี คำชวนลงทุน หรือเนื้อหาที่พาเข้าสู่การพนันออนไลน์
 
เพียงความไว้ใจไม่กี่นาที อาจทำให้เงินเก็บที่สะสมมาตลอดชีวิตหายไป พร้อมกับความมั่นใจและความสบายใจของทั้งครอบครัว ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชุมชนจึงเป็นที่มาของการประชุมชี้แจงแผนการดำเนินงาน “ชุมชนสุขภาวะเพื่อลดปัญหาการพนัน” จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 จัดโดยมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
 
การประชุมเริ่มต้นด้วยกิจกรรม “หัวใจ 4 ห้อง” นำโดย "คุณศุภรัตน์ เสาร์แดน" ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์หยุดการพนัน จังหวัดน่าน เพื่อชวนผู้เข้าร่วมทำความรู้จัก เปิดใจ และแลกเปลี่ยนเรื่องราวก่อนเข้าสู่การพูดคุยเรื่องสุขภาวะ การเงิน และปัญหาการพนันในชุมชน
 
กิจกรรมง่าย ๆ นี้ช่วยเปลี่ยนเรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นปัญหาส่วนตัว ให้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถพูดคุยและช่วยกันหาทางออก เพราะเบื้องหลังปัญหาการเงินของผู้สูงอายุอาจเชื่อมโยงกับรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ภาระครอบครัว ความหวังจากการเสี่ยงโชค และกลลวงออนไลน์ที่เปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา
 
"นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ได้นำเสนอกรอบแนวคิด เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานในพื้นที่ 10 จังหวัด โดยเน้นการใช้ชุมชนเป็นฐาน เชื่อมความรู้ด้านการเงินเข้ากับการป้องกันปัญหาการพนันและภัยออนไลน์ พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมดูแลกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ
 
จากนั้น คุณศุภรัตน์และทีมคณะทำงาน ได้นำเสนอแผนงานของจังหวัดน่าน ภายใต้ชื่อ “น่าน FinCity รอบรู้การเงิน รู้ทันกลลวง” ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะทางการเงินให้แก่ผู้สูงอายุ ทั้งการวางแผนรายรับรายจ่าย การบริหารเงินในชีวิตประจำวัน การรู้เท่าทันลอตเตอรี่และการพนัน ตลอดจนการป้องกันตนเองจากกลลวงออนไลน์
 
โครงการตั้งอยู่บนความเข้าใจว่า สุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพทางการเงินเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน หากผู้สูงอายุขาดการบริหารเงินที่เหมาะสม หรือสูญเสียเงินจากการพนันและการหลอกลวง ย่อมกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัว การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงเรื่องสุขภาพ แต่ต้องช่วยให้พวกเขาดูแลเงินของตนเอง รู้เท่าทันความเสี่ยง และรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร
 
กระบวนการเรียนรู้จะเริ่มจากเหตุการณ์ใกล้ตัว ไม่ใช้ศัพท์ทางการเงินที่ซับซ้อน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เช่น วิธีรับมือสายโทรศัพท์ที่น่าสงสัย การตรวจสอบก่อนกดลิงก์หรือโอนเงิน รวมถึงการทบทวนค่าใช้จ่ายจากลอตเตอรี่และการพนัน เรื่องที่เคยเป็นความผิดพลาดของคนหนึ่งจึงสามารถเปลี่ยนเป็นบทเรียนเตือนภัยให้คนทั้งชุมชนได้
 
หลังการประชุม เครือข่ายจะร่วมกับหน่วยงานภาคีลงพื้นที่ในโรงเรียนและวิทยาลัยผู้สูงอายุ 11 แห่ง ครอบคลุม 10 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองน่าน อำเภอเวียงสา และอำเภอนาน้อย ประกอบด้วย วิทยาลัยสูงวัยตำบลถืมตอง, โรงเรียนผู้สูงอายุเพชรา ตำบลไชยสถาน, โรงเรียนผู้สูงอายุป่าเมี้ยงบาน ตำบลเรือง, โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลสะเนียน, โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลนาซาว, โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านใหม่มงคล, โรงเรียนผู้สูงอายุบ้านแหน, โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลศรีษะเกษ, โรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเวียงสา, โรงเรียนผู้สูงอายุดอกเสี้ยวขาว, และโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลจอมจันทร์
 
แม้มีพื้นที่เรียนรู้ 11 แห่ง แต่คิดเป็น 10 อปท. เนื่องจากโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านใหม่มงคลและโรงเรียนผู้สูงอายุบ้านแหนอยู่ภายใต้องค์การบริหารส่วนตำบลบัวใหญ่แห่งเดียวกัน
 
การดำเนินงานจะอาศัยความร่วมมือจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว เพราะปัญหาของผู้สูงอายุเกี่ยวข้องกับทั้งสุขภาพ ความเป็นอยู่ สวัสดิการ ครอบครัว และความปลอดภัยทางการเงิน ไม่อาจเป็นภารกิจของหน่วยงานใดเพียงลำพัง
 
“น่าน FinCity” ไม่ได้วัดเพียงจำนวนกิจกรรมหรือผู้เข้าร่วม แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้น หากผู้สูงอายุเริ่มเตือนกันให้ตรวจสอบก่อนโอนเงิน ครอบครัวพูดคุยเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น หรือหน่วยงานในพื้นที่ช่วยเหลือผู้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อได้เร็วขึ้น นั่นคือผลลัพธ์ที่มีความหมาย
ผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เพียงกลุ่มเปราะบางหรือผู้รับความช่วยเหลือ แต่สามารถเป็น “คนเตือนภัย” ที่ส่งต่อความรู้ให้เพื่อน ครอบครัว และชุมชนได้ เพราะเมืองที่รอบรู้เรื่องการเงินไม่ใช่เมืองที่ทุกคนต้องมีเงินมากมาย แต่คือเมืองที่ประชาชนรู้จักจัดการเงิน รู้ทันคำลวง ไม่ใช้ความหวังแทนการวางแผน และรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครเมื่อเกิดปัญหา
 
จากกิจกรรม “หัวใจ 4 ห้อง” ในวงประชุม สู่ห้องเรียนผู้สูงอายุ 11 แห่ง นี่คือก้าวแรกของการเชื่อมคน เชื่อมหน่วยงาน และเชื่อมพื้นที่ เพื่อให้เงินเก็บจากน้ำพักน้ำแรงยังคงเป็นหลักประกันของชีวิต ไม่กลายเป็นรางวัลของธุรกิจพนันหรือมิจฉาชีพที่ซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอ
ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ทางเพจ “มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน"