วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว มูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติดและเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์ เพื่อการขับเคลื่อนสังคม และจัดกิจกรรม Kick Off เปิดตัวแคมเปญ “Fan Fair No Foul : เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” เนื่องในเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เพื่อรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงจากการพนัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และความรุนแรงในครอบครัว โดยได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ภายใต้แนวคิด “อย่าให้ 4 ปีที่รอคอย ทำฟาวล์กับความสัมพันธ์” ไม่ปล่อยให้คนใกล้ตัวต้องเป็นผู้แพ้จากเทศกาลฟุตบอลโลก
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลโลกถือเป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจพนันใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะมีคนไทยเล่นพนันฟุตบอลเพิ่มขึ้นจากประมาณ 4 ล้านคนเป็นมากกว่า 5 ล้านคน โดยในจำนวนนี้กว่า 34% เป็นเด็กและเยาวชน รายงานสถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการพนันภาพรวมระดับประเทศ ปี 2568 ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันพบว่า ประชาชน 88% เคยพบเห็นโฆษณาหรือช่องทางชักชวนเล่นพนัน และ 85% เห็นว่าควรมีการสื่อสารให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของ การพนันมากขึ้น สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการรณรงค์ “Fan Fair No Foul เชียร์บอลอย่าลืมแฟนรักแฟนอย่างทำฟาวล์” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ และชวนสังคมร่วมกันลดปัจจัยเสี่ยงในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก
นพ.พงศ์เทพ กล่าวอีกว่า แนวคิดของแคมเปญประกอบด้วย “Fan” คือการใส่ใจคนในครอบครัวและคนที่รัก “Fair” คือการเชียร์กีฬาอย่างมีสปิริต มีน้ำใจนักกีฬา และไม่ปล่อยให้การพนันหรือแอลกอฮอล์เข้ามาทำลาย ความสัมพันธ์ ขณะที่ “No Foul” คือการไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ทำร้ายคนรอบข้างทั้งทางอารมณ์ คำพูดและ การกระทำ พร้อมเชิญชวนแฟนบอลร่วมกันจัดการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การจัดการเวลา การจัดการอารมณ์ และ การจัดการการเงิน โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนัน ไม่ว่าทีมที่เชียร์จะชนะหรือแพ้ สิ่งสำคัญที่สุดคือคนใน ครอบครัวและคนข้างกายที่ร่วมใช้ชีวิตกับเรา การเชียร์บอลที่ดีจึงต้องไม่ทำให้ใครกลาย เป็นผู้แพ้จากเทศกาล ฟุตบอลโลกครั้งนี้”
ด้าน นายโกมล พรมเพ็ง อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า “ฟุตบอลโลกเป็นช่วงเวลา ที่เด็กและเยาวชนมีความเสี่ยงเข้าสู่วงจรการพนันมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กรมพินิจฯ จึงร่วมกับ สสส. และภาคี เครือข่าย ดำเนินมาตรการเชิงรุกผ่านสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 77 แห่ง และศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก และเยาวชน 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างการเรียนรู้เท่าทันการพนัน ขยายผลสู่สถานศึกษาและเครือข่ายในพื้นที่ ป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของการพนันออนไลน์และพฤติกรรมเสี่ยงอื่น ๆ”
“การพนันฟุตบอลไม่ใช่เพียงเรื่องของการเสี่ยงโชค แต่เป็นประตูสู่ปัญหาหนี้สิน การหลอกลวงออนไลน์ และการกระทำผิดรูปแบบต่าง ๆ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนต้อง ร่วมมือกันอย่างจริงจัง” นายโกมล กล่าว
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เปิดผลสำรวจพฤติกรรม อารมณ์ความรู้สึก และผลที่เกิดตามมาจากการชมฟุตบอลของแฟนบอล จากประชาชน 1023 คน พบว่า การดูฟุตบอลทำให้แฟนบอลราว 22% หลุดโลกไปชั่วขณะในช่วง 90 นาทีที่ฟุตบอลแข่งจนหลงลืมคนรอบข้าง ขณะที่ราว 42% ยอมรับว่าการจดจ่อกับการชมฟุตบอลทำให้ตนละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัว เช่น การช่วยงานบ้าน 30% ยอมรับว่าเกิดความไม่พอใจหากถูกขัดจังหวะขณะชมฟุตบอล ที่น่าสังเกตคือ 53% ยอมรับว่าตนมีอารมณ์หงุดหงิดหากทีมที่เชียร์แพ้ในนัดที่มีความคาดหวัง 28% ยังคงมีอารมณ์ติดลบตกค้างข้ามวันข้ามคืนจากการอดนอน เสียพนัน หรือผลแพ้ชนะที่ไม่สมหวัง นอกจากนี้ 27% มีการเล่นพนัน 42% มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 17% มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับผู้อื่นเพราะการชมฟุตบอล ด้านการใช้จ่าย พบว่า 43% สิ้นเปลืองเงินไปกับการซื้อเสื้อฟุตบอลและเครื่องตกแต่งอื่น ๆ และ 20% ขาดเงินจับจ่ายใช้สอยเพราะการเชียร์ฟุตบอลเป็นเหตุ
จากผลการสำรวจสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่าการเชียร์ฟุตบอลมีโอกาสเป็นชนวนของความรุนแรงลักษณะใดลักษณะหนึ่งในครอบครัวได้นับแต่ความรุนแรงทางทั้งความรุนแรงทางวาจาทางอารมณ์และจิตใจทางเศรษฐกิจและทางร่างกายโดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงร่วมเช่นการดื่มแอลกอฮอล์การเล่นพนันและการควบคุมอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมอาจนำมาสู่การใช้ความรุนแรงได้” นายธนากรกล่าว
ด้าน เจ-วรปัฐ อรุณภักดี อินฟลูเอนเซอร์คู่รักแฟนบอล กล่าวในช่วงการเสวนาว่า “ฟุตบอลสามารถ เป็นกิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ได้ หากรู้จักสร้างสมดุลระหว่างความชอบส่วนตัวกับการให้เวลากับคนรัก โดยมองว่าแคมเปญ “เชียร์บอลอย่าลืมแฟน รักแฟนอย่าทำฟาวล์” สะท้อนความเป็นจริงของชีวิตคู่ได้อย่างชัดเจน เพราะแม้ฟุตบอลจะเป็นความสุขของใครหลายคน แต่ไม่ควรปล่อยให้การเชียร์บอล การดื่ม หรือการพนัน กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ละเลยคนสำคัญในชีวิต
“ฟุตบอลมีไว้เพื่อความสุข เชียร์ได้เต็มที่ แต่ไม่ควรปล่อยให้อารมณ์จากผลการแข่งขันหรือการพนัน เข้ามา ทำร้ายความสัมพันธ์ เพราะเมื่อจบ 90 นาทีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นคนที่อยู่ข้างเราในชีวิตจริง” เจ-วรปัฐ กล่าว