“เชียงคาน Sandbox” เดินหน้าสร้างนิเวศสุขภาวะทางการเงิน



เชื่อมพลังท้องถิ่น–ผู้นำชุมชน–พี่เลี้ยงการเงิน ลดหนี้และรู้ทันกลลวง

“เชียงคาน Sandbox” เดินหน้าสร้างนิเวศสุขภาวะทางการเงิน เชื่อมพลังท้องถิ่น–ผู้นำชุมชน–พี่เลี้ยงการเงิน ลดหนี้และรู้ทันกลลวง

วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 08.30–09.30 น. ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย มีผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คน ประกอบด้วย มรพ. เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันเชียงคาน กำนัน อำเภอเชียงคาน และสถาบันเพื่อปวงชน

"นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเสนอแนวคิด“หุ้นส่วน” ในการสร้างนิเวศสุขภาวะ โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน เชื่อมการทำงานของภาคประชาชน ผู้นำชุมชน และกลไกการปกครองท้องที่ ภายใต้แนวคิด “Smart Money, Stay Safe” ที่มุ่งเสริมความรอบรู้ทางการเงิน ควบคู่กับการรู้เท่าทันกลลวงทางการเงินและภัยจากสแกมเมอร์

"คุณสุริยัน แก้วกัญญา" และ "คุณไพรินทร์ แก้วกัญญา" ผู้ประสานงานรณรงค์หยุดพนัน ชี้แจงแผนการพัฒนา “เชียงคานโมเดล” เตรียมแกนนำพี่เลี้ยงการเงินจำนวน 80 คน จาก 8 ตำบล เพื่อทำหน้าที่ติดตั้งและใช้เครื่องมือ “พี่เลี้ยงการเงิน” ในระดับชุมชน โดยพี่เลี้ยง 1 คนดูแลเป้าหมายประมาณ 3 คน ทั้งการติดตามสถานการณ์ ให้คำปรึกษา จัดทำแผน และถอดบทเรียนจากการทำงาน โดยกลไกดังกล่าวอาศัยความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้การแก้ปัญหาหนี้เชื่อมโยงกับกลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญคือ การจัดทำแผนปลดหนี้ให้แก่ 240 ครอบครัว พร้อมพัฒนาความรู้และเครื่องมือเพื่อป้องกันไม่ให้ครัวเรือนเข้าสู่วงจรหนี้ซ้ำ

"นายธนพัฒน์ สีหาไว" ปลัดอำเภอเชียงคาน กล่าวว่า แนวทางการพัฒนาพี่เลี้ยงการเงินมีความชัดเจน และสามารถใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นฐานในการขยายองค์ความรู้ไปสู่ประชาชนทั้ง 8 ตำบล โดยเฉพาะประเด็น การรู้ทันสแกมเมอร์และกลลวงทางการเงิน ซึ่งเป็นความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนควบคู่กับการจัดการหนี้ หวังว่าเชียงคานจะเป็น Sandbox ที่ดีในการทำงาน

"กำนันณรงค์ นิลกวย" ตำบลนาซาว สะท้อนว่า พื้นที่มีแนวคิดที่จะนำแผนการจัดการหนี้ไปเชื่อมโยงกับ กองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้กลไกทางการเงินของชุมชนมีส่วนช่วยป้องกันการก่อหนี้ซ้ำ และเตรียมพัฒนาพื้นที่ในลักษณะ Sandbox เพื่อทดลองแนวทางการจัดการหนี้และสร้างความรอบรู้ทางการเงินที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละตำบล โดยได้กล่าวถึงปัญหาหนี้ของชาวบ้านเป็น หนี้ระยะยาว บางครัวเรือนมีหนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 ใช้เงินจากกองทุนหรือแหล่งทุนหนึ่งไปชำระหนี้อีกแหล่งหนึ่ง บางรายสามารถส่งได้เพียงดอกเบี้ยแต่ไม่สามารถลดเงินต้น จนต้องกู้ยืมจากกลุ่มออมทรัพย์เพิ่มเติม การแก้ปัญหาหนี้จำเป็นต้องมองทั้ง “การปลดหนี้” และ “การป้องกันหนี้ใหม่”

“เชียงคาน Sandbox” จึงเป็นการทดลองสร้างกลไกในชุมชนให้มีคนช่วยคิด ช่วยวางแผน และช่วยป้องกันความเสี่ยง ตั้งแต่การปลดหนี้ ป้องกันหนี้ใหม่ ไปจนถึงการรู้ทันสแกมเมอร์ โดยมีผู้นำชุมชนและกลไกท้องที่เป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน

#เชียงคานSandbox
#มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน