สถานการณ์พนันออนไลน์...เด็กเยาวชนไทยใช่ไก่หรือไม่?



"รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์" ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “พนันออนไลน์ไม่ได้โตแค่จำนวนคนเล่น แต่กำลังโตในกระเป๋าของคนเล่น จากวงเงินราว 2 หมื่นล้านบาท สู่ 3 แสนล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่ปี”

สถานการณ์พนันออนไลน์...เด็กเยาวชนไทยใช่ไก่หรือไม่?

"รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์" ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“พนันออนไลน์ไม่ได้โตแค่จำนวนคนเล่น แต่กำลังโตในกระเป๋าของคนเล่น จากวงเงินราว 2 หมื่นล้านบาท สู่ 3 แสนล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่ปี”

ในเวทีสื่อสารสาธารณะเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ “ตามให้ทันพนันออนไลน์ : เด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่ไก่รอเชือด” วันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 ณ THE HALLS BANGKOK รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์ช่วงปลายปี 2568 มาชวนมองความเปลี่ยนแปลงของพนันออนไลน์ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ท่ามกลางโลกที่การพนันเข้าถึงง่าย เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา และแทรกอยู่ในพื้นที่ดิจิทัลรอบตัว “เด็กเยาวชนไทยใช่ไก่หรือไม่?”

ตัวเลขที่นำเสนอทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากปี 2562 ที่มีผู้เล่นพนันในบ่อนออนไลน์ไม่ถึง 1 ล้านคน เพิ่มเป็นประมาณ 1.9 ล้านคนในปี 2564 ก่อนขยับขึ้นเป็นราว 5.6 ล้านคนในปี 2566 และประมาณ 6.4 ล้านคนในปี 2568

แต่สิ่งที่น่าจับตามองยิ่งกว่าจำนวนผู้เล่น คือ “วงเงิน” ที่หมุนเวียนอยู่ในพนันออนไลน์ จากประมาณ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2562 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 3 แสนล้านบาท แม้จำนวนผู้เล่นในช่วงหลังไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเหมือนก่อนหน้า แต่เงินที่ถูกนำไปเล่นกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก สะท้อนว่าพฤติกรรมของผู้เล่นกำลังเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่มีคนเข้ามาเล่นมากขึ้น แต่คนที่อยู่ในวงพนันกำลังใช้เงินกับการพนันมากขึ้นด้วย

เมื่อเจาะลงไปว่าเล่นอะไรกัน พบว่า 76% ระบุว่าเล่นสล็อต ขณะที่ 29% เล่นบาคาร่าและป๊อกเด้ง โดยสล็อตมีผู้เล่นจำนวนมากในกลุ่มเยาวชน มือใหม่ ผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ลักษณะสำคัญคือสามารถเริ่มเล่นด้วยวงเงินไม่สูง แต่เล่นซ้ำได้ด้วยความถี่สูง ต่างจากบางเกมที่มีผู้เล่นน้อยกว่าแต่ใช้วงเงินต่อครั้งสูงกว่า

คำถามคือ อะไรทำให้คนเข้าไปเล่นพนันออนไลน์?

เหตุผลสำคัญคือความสะดวก เล่นได้ทุกที่ทุกเวลาเพียงมีโทรศัพท์มือถือ ผู้เล่นจำนวนหนึ่งยังเชื่อว่าการเล่นอยู่คนเดียวทำให้ไม่ถูกจับ มีระบบรับ–จ่ายเงินที่ทำให้รู้สึกเชื่อมั่น มีรูปแบบการพนันให้เลือกหลากหลาย และที่สำคัญคือ “โปรโมชั่น” ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นแรงจูงใจให้เข้าสู่การเล่นและกลับมาเล่นซ้ำ

รศ.ดร.นวลน้อยชี้ให้เห็นอีกด้านที่ต้องจับตา คือรูปแบบของพนันออนไลน์ โดยเฉพาะสล็อต ที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้ผู้เล่นรู้สึกถึงการชนะในช่วงหนึ่ง และเมื่อเริ่มเล่นต่อเนื่องก็อาจเผชิญการเสียเงิน ก่อนที่จะมีสิ่งจูงใจให้กลับมาเล่นอีก จึงไม่ควรมองพนันออนไลน์เป็นเพียงเกมที่อยู่บนหน้าจอ แต่ต้องมองถึงกลไกที่ทำให้ผู้เล่น “อยู่กับการเล่นให้นานที่สุด”

ผลกระทบยิ่งทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างพนันออนไลน์กับการพนันแบบออฟไลน์อย่างชัดเจน ผู้เล่นออนไลน์ 17% ระบุว่าฐานะการเงินแย่ลง เทียบกับ 6% ของผู้เล่นออฟไลน์ ขณะที่ 35% ของผู้เล่นออนไลน์ประเมินว่าตนเองติดพนัน เทียบกับ 24% ของผู้เล่นออฟไลน์ และ 17% มีหนี้จากการพนัน เทียบกับ 6% ในกลุ่มออฟไลน์

นอกจากนี้ ผู้เล่นออนไลน์ 29% เข้าข่ายเป็นนักพนันที่มีปัญหา เทียบกับ 16% ของผู้เล่นออฟไลน์ และ 23% ของผู้เล่นออนไลน์ระบุว่าได้รับผลกระทบรุนแรง เทียบกับ 16% ของกลุ่มออฟไลน์

ความแตกต่างสำคัญคือ การพนันแบบมีสถานที่ยังมีข้อจำกัดทางกายภาพ ผู้เล่นต้องเดินทางและมีจังหวะที่ต้องออกจากสถานที่ แต่พนันออนไลน์อยู่ในโทรศัพท์ เล่นได้ทุกที่ ทุกเวลา และเล่นซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง หากไม่มีสิ่งใดเข้ามาหยุด ความถี่ของการเล่นจึงอาจสูงขึ้นพร้อมกับผลกระทบที่ตามมา

อีกด้านหนึ่งคือเส้นทางที่ทำให้พนันออนไลน์เข้าถึงผู้คน การสำรวจพบว่า เพื่อนและคนรู้จักเป็นช่องทางสำคัญในการแนะนำ ชักชวน หรือแชร์ต่อถึง 73% เช่นเดียวกับ Facebook ที่ 73% ตามมาด้วย TikTok ประมาณ 53% รวมถึง Influencer, SMS และเว็บไซต์ต่าง ๆ

ภาพนี้สะท้อนว่า “ทางเข้าพนัน” ไม่ได้อยู่เฉพาะบนเว็บไซต์พนัน แต่กระจายตัวอยู่ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่คนใกล้ตัวไปจนถึงแพลตฟอร์มที่ผู้คนใช้งานอยู่ทุกวัน

โดยเฉพาะ SMS แม้มีผู้พบเห็นจำนวนไม่น้อย แต่มีสัดส่วนผู้เชื่อถือเพียง 1.7% ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการรับรู้เรื่องมิจฉาชีพและการเตือนภัยเกี่ยวกับลิงก์ที่ส่งผ่านข้อความ อย่างไรก็ตาม ช่องทางดังกล่าวยังคงถูกใช้ต่อเนื่องเพื่อพยายามดึงคนเข้าสู่เว็บไซต์พนัน

ทั้งหมดนี้ทำให้คำถาม “เด็กเยาวชนไทยใช่ไก่หรือไม่?” ไม่ควรถูกตอบเพียงว่าเด็กฉลาดพอหรือรู้ทันหรือไม่ เพราะสิ่งที่เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญไม่ใช่การพนันรูปแบบเดิม แต่เป็นการพนันที่เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ในโทรศัพท์ เชื่อมโยงกับเพื่อน คนรู้จัก โซเชียลมีเดีย Influencer และโปรโมชั่นที่ออกแบบมาเพื่อดึงคนเข้าสู่การเล่นและทำให้กลับมาเล่นซ้ำ

รศ.ดร.นวลน้อยย้ำว่า สถานการณ์พนันออนไลน์ “ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแล้ว” ข้อมูลจากการสำรวจประชากรทั่วประเทศตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปกำลังสะท้อนถึงขนาดและผลกระทบของปัญหาที่เกิดขึ้นจริง

และนั่นอาจเป็นความหมายสำคัญของคำว่า “เด็กรุ่นใหม่ไม่ใช่ไก่รอเชือด” เพราะการรู้ทันไม่ได้หมายถึงเพียงบอกเด็กว่า “อย่าเล่นพนัน” แต่ต้องทำให้พวกเขามองเห็นว่า รอบตัวกำลังมีอะไรพยายามชักชวน ดึงดูด และทำให้การเล่นพนันกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น

เมื่อพนันออนไลน์ตามเด็กไปได้ทุกที่ การป้องกันจึงต้องตามให้ทันกว่า — เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่มองเกมออก ก่อนตกเป็นคนที่ถูกเกมเล่นเสียเอง

#มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน