เมื่อการพนันฟุตบอลไม่ได้ทำร้ายแค่คนเล่น แต่กำลังผลักเด็กเข้าสู่เส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น



"เด็กจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นผู้กระทำผิด แต่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว"

"เป้าหมายของเรา ไม่ใช่การรอช่วยเด็กเมื่อเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่คือการทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้เด็กต้องเดินมาถึงจุดนั้นตั้งแต่แรก"
.

"เราไม่ควรรอให้เด็กเดินเข้ามาในกระบวนการยุติธรรม"

เมื่อการพนันฟุตบอลไม่ได้ทำร้ายแค่คนเล่น แต่กำลังผลักเด็กเข้าสู่เส้นทางที่ไม่ควรเกิดขึ้น

สำหรับหลายคน การพนันฟุตบอลอาจถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของผู้ใหญ่ เป็นการเสี่ยงโชคที่จบลงแค่การได้หรือเสียเงิน แต่ในสายตาของ "นางสุภาภรณ์ ชมชัย" ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน ภาพที่เห็นจากการทำงานกลับแตกต่างออกไป เพราะคนที่ต้องรับผลกระทบจำนวนไม่น้อย ไม่ใช่ผู้เล่นพนัน หากคือเด็กและเยาวชนที่เติบโตอยู่ในครอบครัวซึ่งการพนันได้ค่อย ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิต

เธออธิบายว่า เมื่อผู้ปกครองติดการพนัน เด็กมักกลายเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ การศึกษา และความสัมพันธ์ในครอบครัว หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่กับความวิตกกังวล ความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือความโกรธที่ไม่รู้ต้นเหตุ บางครอบครัวขาดรายได้จนเด็กต้องเสียโอกาสทางการศึกษา ขณะที่บางรายต้องเผชิญความรุนแรงภายในบ้าน จนท้ายที่สุด เด็กบางคนถูกผลักเข้าสู่การกระทำความผิดและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา

"เด็กจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นผู้กระทำผิด แต่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว"

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเมื่อเด็กหรือเยาวชนเข้าสู่การดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ทำจึงไม่ใช่การตั้งคำถามว่า "เด็กทำผิดอะไร" แต่คือการค้นหาให้ได้ว่า "อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เด็กคนนี้มาถึงจุดนี้"

เบื้องหลังการทำงานของกรมพินิจฯ คือทีมสหวิชาชีพ ทั้งพนักงานคุมประพฤติ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล และนักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ ที่ร่วมกันประเมินเด็กและครอบครัวผ่าน แบบสัมภาษณ์เพื่อประเมินความเสี่ยงและความจำเป็น (Risk and Needs Assessment : R&N) ซึ่งได้รับการปรับปรุงร่วมกับภาคีเครือข่ายเมื่อปี 2568 ให้ครอบคลุมปัจจัยเสี่ยงด้านการพนันอย่างรอบด้าน

การประเมินไม่ได้มองเฉพาะตัวเด็ก แต่ย้อนกลับไปสำรวจทั้งครอบครัว สภาพแวดล้อม การศึกษา สุขภาพกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง รวมถึงพฤติกรรมของคนรอบตัว เพื่อค้นหาต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง

บางกรณี เด็กใช้เวลาว่างไปกับการพนันออนไลน์เพราะขาดพื้นที่สร้างสรรค์ บางคนถูกผู้ปกครองที่ติดพนันบังคับให้ลักทรัพย์หรือค้ายาเสพติด เพราะเชื่อว่าเด็กได้รับโทษเบากว่าผู้ใหญ่ ขณะที่บางคนค่อย ๆ ถูกดึงเข้าสู่วงจรการพนันผ่านกลุ่มเพื่อนและสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

"การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่เพียงพอ เราต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้การบำบัดฟื้นฟูตรงกับปัญหาของเด็กแต่ละคน"

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แผนการช่วยเหลือจึงถูกออกแบบเฉพาะราย หากเด็กมีปัญหาสุขภาพจิต ก็ต้องได้รับการส่งต่อพบจิตแพทย์ หากปัญหาอยู่ที่ครอบครัว ก็ต้องทำงานกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองไปพร้อมกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงตัวเด็กเพียงลำพัง ย่อมไม่เพียงพอ หากบ้านยังคงเป็นสภาพแวดล้อมเดิม

อย่างไรก็ตาม นางสุภาภรณ์เชื่อว่า การทำงานของกรมพินิจฯ ไม่ควรหยุดอยู่แค่การฟื้นฟูเด็กหลังเกิดปัญหา แต่ต้องก้าวไปสู่การป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

ปัจจุบัน กรมพินิจฯ ได้จัดตั้ง คลินิกให้คำปรึกษาเด็กและครอบครัวอบอุ่น ครอบคลุมหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ 97 แห่ง เปิดพื้นที่ให้เด็ก ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปเข้ารับคำปรึกษา พร้อมทั้งจัดช่องทางรับแจ้งเหตุ ประสานหน่วยงานในพื้นที่ และบูรณาการตรวจสถานบริการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของเด็กและเยาวชน

อีกกลไกสำคัญคือโครงการ "1 สถานพินิจ 6 สถานศึกษา" ที่ให้สถานพินิจฯ ในแต่ละจังหวัดลงพื้นที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนอย่างน้อย 6 แห่ง เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาเครื่องมือรู้เท่าทันพนัน อบรมครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่เด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นช่วงที่การพนันฟุตบอลขยายตัว กรมพินิจฯ ยังร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ทั้งการพนัน แอลกอฮอล์ และความรุนแรง ควบคู่กับการปลูกฝังวินัย ความเคารพกฎหมาย และการรู้เท่าทันสื่อ ก่อนขยายการทำงานจากสถานศึกษาไปสู่ระดับชุมชน เพื่อให้การป้องกันเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

"เป้าหมายของเรา ไม่ใช่การรอช่วยเด็กเมื่อเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แต่คือการทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้เด็กต้องเดินมาถึงจุดนั้นตั้งแต่แรก"

เธอทิ้งท้ายว่า การปกป้องเด็กจากผลกระทบของการพนันฟุตบอลไม่ใช่หน้าที่ของกรมพินิจฯ เพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และหน่วยงานภาครัฐ เพราะทุกครั้งที่เด็กคนหนึ่งหลุดเข้าไปในวงจรการพนัน สิ่งที่สังคมควรถามอาจไม่ใช่เพียงว่า "เด็กคนนี้ทำผิดอะไร" แต่ควรถามว่า "ผู้ใหญ่รอบตัวเขา ได้ช่วยกันปกป้องเขามากพอแล้วหรือยัง"
.

ส่วนหนึ่งจากเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน

#FanFairNoFoul
#เชียร์บอลอย่าลืมแฟนรักแฟนอย่าทำฟาล์ว
#มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน