รับจ้างโปรโมตเว็บพนัน ระวัง! ... ยิ่งทำซ้ำ ยิ่งเสี่ยงถูกฟ้องหลายกรรม
กรณีที่ตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมนักพากย์ฟุตบอลชื่อดังในข้อกล่าวหาว่าไลฟ์สดวิเคราะห์ฟุตบอล พร้อมสอดแทรกการชักชวนให้ประชาชนเข้าเล่นเว็บพนัน ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากมีการไลฟ์ลักษณะนี้เป็นประจำทุกวัน จะถูกนับเป็นความผิดเพียงคดีเดียว หรือทุกครั้งที่ไลฟ์จะถือเป็นความผิดแยกกัน
คำตอบคือ ในทางกฎหมายอาญา มีหลักที่เรียกว่า "ต่างกรรมต่างวาระ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งหมายความว่า หากการกระทำแต่ละครั้งสามารถแยกเจตนา เวลา หรือเหตุการณ์ออกจากกันได้อย่างชัดเจน ศาลอาจพิจารณาว่าเป็นความผิดคนละกรรม และลงโทษแยกในแต่ละกรรม ก่อนนำหลักเกณฑ์ของกฎหมายมาคำนวณโทษรวม
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ หากมีการไลฟ์สดในวันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ โดยแต่ละครั้งมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายชักชวนให้ประชาชนเล่นพนัน และมีพยานหลักฐานรองรับเพียงพอ การไลฟ์ทั้งสามครั้งอาจไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์เดียว แต่สามารถถูกพิจารณาเป็นการกระทำ 3 กรรมได้ ทั้งนี้ การจะนับเป็นกี่กรรมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง คำฟ้อง และดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี
หลายคนมักเข้าใจว่าความผิดเกิดจากการ "วิเคราะห์บอล" แต่ในความเป็นจริง การวิเคราะห์ฟุตบอลหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันไม่ใช่ความผิดในตัวเอง สิ่งที่กฎหมายให้ความสำคัญคือ การนำการวิเคราะห์ฟุตบอลมาใช้เป็นช่องทางโฆษณาหรือชักชวนให้ประชาชนเข้าเล่นพนัน เช่น การแนะนำเว็บพนัน การแปะลิงก์หรือ QR Code การแจ้งช่องทางสมัครสมาชิก การโปรโมตโบนัส หรือการได้รับค่าจ้างเพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมเว็บไซต์พนัน หากมีพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าว ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478
ประเด็นเรื่องการรับค่าจ้างก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ หากมีหลักฐานว่ามีการรับเงินเป็นรายเดือน หรือได้รับผลตอบแทนจากการประชาสัมพันธ์เว็บพนันอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้อาจถูกใช้เป็นพยานประกอบการพิจารณาว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นเพียงผู้วิเคราะห์เกมฟุตบอล แต่มีบทบาทในการส่งเสริมธุรกิจการพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
หากศาลเห็นว่ามีการกระทำผิดหลายกรรม ผลทางกฎหมายก็อาจรุนแรงกว่าการกระทำเพียงครั้งเดียว เพราะแต่ละกรรมสามารถถูกลงโทษแยกจากกันได้ นอกจากนี้ หากมีรายได้หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ศาลอาจมีคำสั่งริบของกลางตามเงื่อนไขของกฎหมาย และหากข้อเท็จจริงเข้าข่ายเป็นเครือข่ายพนันขนาดใหญ่หรือมีการนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดไปดำเนินการในลักษณะที่เข้าองค์ประกอบของกฎหมายอื่น ก็อาจมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
คดีลักษณะนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญสำหรับผู้ทำคอนเทนต์ด้านกีฬา อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ดูแลเพจฟุตบอลว่า การวิเคราะห์ฟุตบอลยังสามารถทำได้ตามปกติ แต่ไม่ควรใช้การวิเคราะห์เป็นช่องทางพาผู้ชมไปสู่การพนันออนไลน์ เพราะเมื่อการสื่อสารเปลี่ยนจากการให้ข้อมูลเกี่ยวกับกีฬาไปสู่การโฆษณาหรือชักชวนให้เล่นพนัน ความเสี่ยงทางกฎหมายก็อาจเกิดขึ้นได้ และหากมีการกระทำซ้ำหลายครั้ง ความรับผิดอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่คดีเดียว แต่มีโอกาสถูกพิจารณาเป็นหลายกรรมตามหลัก "ต่างกรรมต่างวาระ" อีกด้วย
.
สำหรับผู้ที่คิดว่าการรับจ้างโปรโมตเว็บพนันเป็นเพียงการหารายได้เสริม ควรตระหนักว่าพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 กำหนดโทษไว้ค่อนข้างชัดเจน โดยผู้จัดให้มีการเล่นการพนันหรือผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการพนัน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทถึง 5,000 บาท
ส่วนผู้เข้าเล่นพนันมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากมีการกระทำผิดซ้ำหลายครั้ง และแต่ละครั้งเข้าหลัก "ต่างกรรมต่างวาระ" ศาลอาจลงโทษแยกเป็นรายกรรม ทำให้โทษจำคุกและโทษปรับเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่กระทำ
นอกจากนี้ หากคดีเกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ หรือมีเส้นทางการเงินที่เข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม รวมถึงถูกตรวจสอบและยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายได้อีกด้วย
.