เช็กอาการติดพนันฟุตบอล ความเจ็บป่วยทางจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษา



การติดพนันฟุตบอลร้ายแรงไม่แพ้การติดยา ซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่ต้องได้รับการรักษา แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเข้าข่ายป่วยทางจิตติดการพนัน เช็กที่นี่!!!
เช็กอาการติดพนันฟุตบอล ความเจ็บป่วยทางจิตเวชที่ต้องได้รับการรักษา
 
ปฏิเสธไม่ได้การพนันฟุตบอลก็เป็นสิ่งที่ควบคู่มาด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงทายว่าทีมใดจะชนะ แต่หารู้ไม่ว่าหากขาดการยับยั้งชั่งใจก็อาจเกิดการเสพติดร้ายแรงไม่แพ้การติดยาที่เสียทั้งเงินและสุขภาพจิต ซึ่งการติดพนันฟุตบอลจัดเป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างหนึ่ง
 
การติดการพนันเป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวชอย่างไร?
 
คำว่า Compulsive gambling แปลแบบง่าย ๆ ก็คือ ย้ำทำเล่นพนัน (เลิกไม่ได้ เสพติด เป็นต้น) บางครั้งก็ใช้คำว่า ภาวะผิดปกติจากการพนัน (Gambling disorder) หรือ เสพติดการพนัน (Gambling addiction) โดยกลไกการเสพติดพนันไปมีผลกระตุ้นสมองส่วนระบบการให้รางวัล (Brain’s reward system) เช่นเดียวกับยาหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุการณ์ติด โดยงานวิจัยได้พบว่า วงจรการทำงานของสมองของผู้ติดการพนันมีลักษณะที่ต่างจากคนทั่วไป มีการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองโดปามีนเสียสมดุล จนสร้างปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งผู้ติดการพนันมีแนวโน้มจะมีความสัมพันธ์กับโรคทางจิตเวชอาทิเช่น โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-compulsive disorder: OCD) และ ADHD เป็นต้น
เสพติดการพนันในทางการแพทย์แล้ว ภาวะเสพติดการพนันนั้น เป็นความเจ็บป่วยทางจิตเวช ที่สมาคมแพทย์อเมริกันได้ให้คำจำกัดความในการวินิจฉัยโรคไว้แล้ว วันนี้เรามาดูกันว่าการเล่นพนันทำให้ป่วยทางจิตเวชได้อย่างไร ติดอยู่ระดับใดแล้ว
 
อาการหรืออาการแสดงของการติดการพนันตามเกณฑ์การวินิจฉัยของ American Psychiatric Association มีดังนี้
 
- รู้สึกกระสับกระส่ายหรือหงุดหงิดง่ายเวลาพยายามหยุดหรือลดการเล่นพนัน
- ความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ โอกาสในด้านการงาน การเรียน หรืออาชีพเสียไปเพราะการพนัน
- หลังจากเสียเงินพนันแล้ว ได้พยายามที่จะกลับไปเล่นเพื่อเอาเงินคืนบ่อยครั้ง
- เล่นการพนันเพื่อหาทางออกจากปัญหา หรือให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้นจากความรู้สึกไม่สบายใจ
- ต้องให้บุคคลอื่นหาเงินมาช่วยให้พ้นจากการเป็นหนี้พนัน
- ทำผิดกฎหมาย เช่น ปลอมแปลงเอกสาร ขโมยของ เพื่อให้ได้เงินมาใช้หนี้พนัน
- พยายามที่จะควบคุม ลด หรือ หยุดการเล่นพนันแต่ทำไม่สำเร็จบ่อยครั้ง
- พนันด้วยการเพิ่มปริมาณเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้คงความรู้สึกตื่นเต้นเช่นเดิมไว้
- โกหกครอบครัว แพทย์ผู้รักษา หรือบุคคลอื่นเพื่อปกปิดการเล่นพนันของตนเอง
- ครุ่นคิดถึงแต่การพนันอย่างมาก ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับประสบการณ์การเล่นพนันในอดีตของตนเอง ว่าเล่นได้หรือเสียอย่างไร รวมไปถึงการวางแผนล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้ชนะในคราวต่อไป หรือคิดวิธีหาเงินเพื่อจะนำไปใช้ในการพนันครั้งต่อไป
 
เกณฑ์วัดการติดพนัน
- หากมีอาการข้างต้น 5 ข้อหรือมากกว่า แสดงว่าติดการพนัน
- หากมี 3 หรือ 4 อาการ จัดว่าเป็นผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการพนัน
- หากมีเพียง 1 หรือ 2 ข้อ จะจัดเป็นผู้เล่นพนันที่มีความเสี่ยง
 
เมื่อติดการพนันจะรักษาได้อย่างไร?
แม้ว่าการติดการพนันจะเป็นภาวะเรื้อรัง และมักจะกลับเป็นซ้ำได้บ่อย ๆ แต่ก็เป็นภาวะที่สามารถรักษาได้ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การให้คำปรึกษาและอาจให้การรักษาด้วยยาคลายกังวล ยาต้านเศร้า ฯลฯ ร่วมด้วย ซึ่งการใช้ยาร่วมกับพฤติกรรมบำบัดจะให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด
 
หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดเข้าข่ายลักษณะติดพนัน สามารถโทรปรึกษาสายด่วยสุขภาพจิต 1323 หรือทาง Facebook : ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต
 
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต